ข้อผิดพลาดไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่คนไทยชอบพลาด (และวิธีแก้)
IELTS specialists — MUIC & Chulalongkorn University alumni, IELTS Speaking Band 9, trained via IDP IELTS teacher courses.

ข้อผิดพลาดไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุดมาจากความต่างระหว่างภาษาไทยกับอังกฤษ ได้แก่ ลืมใส่ a/an/the (ไทยไม่มี article) ลืมเติม -s พหูพจน์ -ed อดีต และ -s บุรุษที่สาม (คำไทยไม่เปลี่ยนรูป) สับสนเรื่อง tense ใส่หรือลืมกริยา 'to be' กับคำคุณศัพท์ และเลือก preposition ผิด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าอังกฤษคุณแย่ แต่เป็นนิสัยจากภาษาแม่ที่คาดเดาได้ และแต่ละอย่างมีกฎง่าย ๆ ที่ฝึกจนอัตโนมัติได้ วิธีแก้ที่เร็วที่สุดคือฝึกทีละนิดบ่อย ๆ พร้อมเฉลยทันที ลองแบบฝึกแกรมมาร์ฟรีที่ตรวจให้เองที่ engforedu.com/drills
ทำไมถึงพลาด (ไม่ใช่ความผิดคุณ)
ภาษาไทยกับอังกฤษสร้างประโยคคนละแบบ เวลาพูดหรือเขียนอังกฤษเร็ว ๆ สมองเลยหยิบนิสัยภาษาไทยมาใช้ คำนามและกริยาไทยไม่เปลี่ยนรูป ไม่มี article อย่าง a/an/the และกริยา 'to be' ทำงานต่างออกไป ตัวลงท้ายและคำเล็ก ๆ ในภาษาอังกฤษเลยหายไป เรียกว่าข้อผิดพลาดจาก 'การแทรกแซงของภาษาแม่' และคนไทยเกือบทุกคนพลาดชุดเดียวกัน
ข่าวดีคือ เพราะมันคาดเดาได้ จึงแก้ได้ คุณไม่ต้องเรียนอังกฤษใหม่ แค่สังเกตแพทเทิร์นไม่กี่อย่างแล้วฝึกจนรูปที่ถูกรู้สึกเป็นปกติ ด้านล่างคือตัวใหญ่ ๆ พร้อมวิธีแก้แต่ละข้อ

1. ลืมหรือใช้ article ผิด (a / an / the)
ภาษาไทยไม่มี article เลยลืมง่าย เช่น 'I am student' หรือ 'I saw dog' ภาษาอังกฤษต้องใช้ 'a/an' กับสิ่งของนับได้หนึ่งชิ้นที่ไม่เจาะจง และ 'the' เมื่อเจาะจงหรือรู้กันอยู่แล้ว
วิธีแก้: พูดว่า 'I am a student' และ 'I saw a dog' แล้วค่อย 'The dog was big' เมื่อรู้แล้วว่าตัวไหน กฎง่าย ๆ คือ คำนามนับได้เอกพจน์เกือบทุกครั้งต้องมีคำนำหน้า (a, an, the, my, this…) ถ้าไม่มีอะไรอยู่ข้างหน้า ให้เช็กก่อน
2. ลืมเติม -s พหูพจน์ -ed อดีต และ -s บุรุษที่สาม
คำไทยไม่เปลี่ยนรูป ตัวลงท้ายภาษาอังกฤษเลยหลุด เช่น 'three book', 'I walk yesterday', 'she like coffee' ความหมายเข้าใจได้ แต่ตัวอักษรที่หายไปทำให้เสียคะแนนและฟังไม่เป็นเจ้าของภาษา
วิธีแก้: ฝึกสามตัวลงท้ายจนอัตโนมัติ ได้แก่ -s พหูพจน์ (two books), -ed อดีต (I walked yesterday) และ -s บุรุษที่สาม (she likes coffee) เวลาเขียน ให้อ่านทวนหนึ่งรอบเช็กเฉพาะสามตัวนี้
3. สับสนเรื่อง tense (โดยเฉพาะอดีต)
เพราะภาษาไทยบอกเวลาด้วยการเติมคำ ไม่ใช่เปลี่ยนรูปกริยา ผู้เรียนเลยมักติดอยู่ที่ปัจจุบัน เช่น 'Last week I go to Chiang Mai' แต่ภาษาอังกฤษเปลี่ยนตัวกริยาเอง
วิธีแก้: จับกริยาให้ตรงกับคำบอกเวลา 'last week', 'yesterday' และ 'ago' ต้องใช้อดีต (went, saw, ate) และท่องกริยาอปกติที่เจอบ่อยเป็นชุด (go→went, eat→ate, buy→bought) เพราะไม่เป็นไปตามกฎ -ed
4. กริยา 'to be' กับคำคุณศัพท์ — ใส่เกินหรือลืมใส่
ตรงนี้พลาดได้สองแบบตรงข้ามกัน บางทีลืม 'to be' เช่น 'She beautiful', 'I very tired' บางทีใส่ซ้ำกับกริยาอีกตัว เช่น 'I am agree', 'He is work here'
วิธีแก้: ใช้ 'be' กับคำคุณศัพท์ (She is beautiful, I am tired) แต่ไม่ใช้กับกริยาแท้ทั่วไป (I agree ไม่ใช่ 'I am agree'; He works here ไม่ใช่ 'He is work here') ถ้ามีกริยาแสดงการกระทำอยู่แล้ว มักไม่ต้องมี 'is/am/are' อีก
5. Preposition และคำที่เลือกผิดบ่อย ๆ
Preposition แทบไม่เคยแปลตรงตัวข้ามภาษา ดังนั้น 'in/on/at' และ 'depend on', 'good at', 'interested in' ต้องจำเป็นคู่ตายตัว คนไทยยังมักสับสน 'much/many', 'since/for' และคำนามนับได้กับนับไม่ได้ (เช่นเผลอเติม 'informations', 'advices')
วิธีแก้: จำ preposition เป็นก้อนทั้งวลี ไม่ใช่คำเดี่ยว เช่น 'arrive at the airport', 'good at English', 'on Monday', 'in July' ส่วนคำนามนับไม่ได้ (information, advice, furniture, equipment) ห้ามเติม -s และใช้ 'much' ไม่ใช่ 'many'
- เวลา: at 7 o'clock, on Monday, in July — คำเล็ก ๆ แต่แพทเทิร์นตายตัว
- คู่ตายตัว: depend on, good at, interested in, listen to
- นับไม่ได้: information, advice, news, furniture — ไม่เติม -s ใช้ 'much'
- many (นับได้: many books) กับ much (นับไม่ได้: much time)
วิธีแก้แกรมมาร์ที่เร็วที่สุด: ต้องฝึก ไม่ใช่แค่อ่าน
จริง ๆ คุณ 'รู้' กฎพวกนี้เกือบหมดแล้ว ปัญหาคือการผลิตรูปที่ถูกให้อัตโนมัติภายใต้เวลาจำกัด นั่นคือนิสัย และนิสัยสร้างจากการทำซ้ำสั้น ๆ พร้อมเฉลยหลาย ๆ รอบ ไม่ใช่การกลับไปอ่านคำอธิบายซ้ำ
engforedu.com/drills คือคลังแบบฝึกแกรมมาร์และการเลือกคำกว่า 1,500 ข้อที่ตรวจให้ทันที คุณจะรู้ทันทีที่พลาดและแก้แพทเทิร์นได้ตรงจุด ทำวันละไม่กี่ชุด เน้นตัวลงท้ายและ article ข้างบน แล้วรูปที่ถูกจะออกมาเองโดยไม่ต้องคิด เมื่ออยากนำไปใช้ในเรียงความเต็มพร้อมฟีดแบ็ก แบบฝึกฟรีที่ engforedu.com/journey จะตรวจงานเขียนตามเกณฑ์ทางการให้
วิธีแก้ข้อผิดพลาดแกรมมาร์ภาษาอังกฤษ
- 1เรียนแพทเทิร์นที่เจอบ่อย
โฟกัสก่อนที่ article, ตัวลงท้าย -s/-ed/-s, tense, 'to be' และ preposition ซึ่งเป็นข้อที่ซ้ำมากที่สุด
- 2อ่านทวนเช็ก 'ตัวลงท้าย'
หลังเขียน อ่านทวนหนึ่งรอบเช็กเฉพาะ -s พหูพจน์, -ed อดีต และ -s บุรุษที่สาม
- 3จับกริยาให้ตรงกับเวลา
ใช้อดีตกับ 'yesterday', 'last week', 'ago' และท่องกริยาอปกติเป็นชุด
- 4จำ preposition เป็นก้อน
ท่องคู่ตายตัวอย่าง 'good at', 'depend on' แทนการจำ preposition คำเดี่ยว
- 5ฝึกพร้อมเฉลยทันที
ทำชุดสั้น ๆ ทุกวันที่ engforedu.com/drills เพื่อให้แก้ทันทีที่พลาด
- 6นำไปใช้ในงานเขียนจริง
เขียนคำตอบเต็มและรับฟีดแบ็กตามเกณฑ์ด้วยแบบฝึกฟรีที่ engforedu.com/journey
คำถามที่พบบ่อย
คนไทยพลาดแกรมมาร์ภาษาอังกฤษเรื่องอะไรบ่อยที่สุด
บ่อยที่สุดคือ ลืม article (a/an/the), ลืมเติม -s พหูพจน์ -ed อดีต และ -s บุรุษที่สาม, สับสน tense (ติดอยู่ปัจจุบันทั้งที่พูดถึงอดีต), ใส่หรือลืมกริยา 'to be' กับคำคุณศัพท์ และเลือก preposition ผิด ทั้งหมดมาจากความต่างของภาษาไทยกับอังกฤษและฝึกแก้ได้
ทำไมคนไทยชอบลืมเติม -s และ -ed
เพราะคำไทยไม่เปลี่ยนรูปเพื่อบอกพหูพจน์หรืออดีต แต่บอกจำนวนและเวลาด้วยการเติมคำอื่น ภาษาอังกฤษใส่ไว้ที่ตัวคำเอง ตัวลงท้ายเลยรู้สึกไม่จำเป็นและหลุดไป ฝึกสามตัวลงท้ายจนอัตโนมัติก็แก้ได้
จะเลิกใช้ a/an/the ผิดได้ยังไง
จำไว้ว่าคำนามนับได้เอกพจน์เกือบทุกครั้งต้องมีคำนำหน้า — a, an, the, my, this ใช้ a/an กับสิ่งไม่เจาะจงหนึ่งชิ้น และ 'the' เมื่อเจาะจงหรือรู้กันแล้ว เช็กคำนามเอกพจน์ทุกคำตอนเขียนจะช่วยสร้างนิสัยเร็ว
'I am agree' หรือ 'I agree' กันแน่
'I agree' ถูก เพราะ 'agree' เป็นกริยา จึงไม่ต้องมี 'am' ใช้ 'to be' กับคำคุณศัพท์ (I am tired) แต่ไม่ใช้กับกริยาแท้ (I agree, he works)
วิธีที่เร็วที่สุดในการพัฒนาแกรมมาร์คืออะไร
ฝึกสั้น ๆ ทุกวันพร้อมเฉลย ดีกว่ากลับไปอ่านกฎซ้ำ ทำชุดแบบฝึกที่ตรวจให้ทันทีเพื่อแก้ตรงจุด แล้วนำไปใช้ในงานเขียนจริง เริ่มฟรีที่ engforedu.com/drills
ข้อผิดพลาดเหล่านี้แปลว่าอังกฤษเราแย่ไหม
ไม่ มันคือการแทรกแซงของภาษาแม่ที่คนไทยเกือบทุกคนเป็นเหมือนกัน และไม่ได้ขัดขวางความเข้าใจ เป็นแค่แพทเทิร์นที่คาดเดาได้ซึ่งฝึกแก้ให้แม่นขึ้นและได้คะแนนสูงขึ้นได้
เปลี่ยนคู่มือนี้เป็นแผนเรียนที่ทำได้จริง ด้วยแบบฝึกฟรี Mock และฟีดแบ็กทันที
นักเรียนกว่า 3,000+ คนทั่วประเทศไว้วางใจ · เริ่มฝึกฟรี ไม่ต้องใช้บัตร


